การติดตั้ง-ปัญหาประตู

7 วิธีติดตั้งประตู เรื่องง่ายๆ ที่ไม่ต้องพึ่งช่าง

วิธีติดตั้งประตู ฟังดูแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ควรหาทำ และไม่จำเป็นต้องทำด้วยตนเอง จึงกลายเป็นเรื่องไกลตัวของหลาย ๆ บ้าน ที่จะต้อง ติดตั้งประตูบ้านด้วยตนเอง เพราะส่วนใหญ่แล้วประตูบ้านจะถูกติดตั้งมากับบ้านก่อนเข้าอยู่อยู่แล้ว แถมยังมีระยะเวลาในการใช้งานที่ยาวนาน แต่สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนประตูบ้าน หรือระหว่างการใช้งานเกิดปัญหาประตูบ้านบวม หรือผุพัง เสียหาย การรู้วิธี ติดตั้งประตูบ้านด้วยตนเอง ไว้ ก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยครับ เพราะนอกจากจะไม่ต้องพึ่งช่างแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอีกด้วย  เราลองมาดูวิธีติดตั้งประตูกันนะครับ

1.เตรียมอุปกรณ์สำหรับติดตั้งวงกบประตู และประตูบ้านให้พร้อม

อุปกรณ์ เครื่องมือช่างที่จำเป็นสำหรับ ติดตั้งวงกบประตู และประตู เป็นอุปกรณ์ที่คาดว่าคุณพ่อบ้านหลาย ๆ บ้านน่าจะมีติดบ้านไว้ใช้ยามฉุกเฉินกันอยู่บ้างแล้ว คือ สว่าน เลื่อย ฉากวัดมุม กาวร้อน เครื่องวัดระดับน้ำ ตลับเมตร ส่วนอุปกรณ์ที่ต้องหาซื้อเพิ่มเติมคือ ประตู ลูกบิดประตู วงกบ และบานพับประตู ซึ่งในท้องตลาดมีหลากหลายยี่ห้อ และหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมครับ

2.วัดขนาดพื้นที่ก่อนการติดตั้งอย่าให้คลาดเคลื่อน

การวัดขนาดของพื้นที่บริเวณหน้างาน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด!! ควรวัดขนาดให้ถูกต้องและแม่นยำ ทั้งความสูง และความกว้าง เพราะหากเกิดความคลาดเคลื่อนอาจส่งผลต่อการติดตั้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่อาจจะบานปลายได้ รวมถึงอย่าลืม เคลียร์พื้นที่บริเวณหน้างานให้สะอาด และเรียบร้อยก่อนการติดตั้งครับ

3.ประกอบวงกบประตู เน้นความแข็งแรงและทนทาน

หลังจากเคลียร์พื้นที่บริเวณที่จะ ติดตั้งประตูบ้านด้วยตนเอง และวัดขนาดพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การประกอบวงกบประตู ซึ่งวงกบประตูมีให้เลือกใช้หลากหลาย โดยหลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้

1. วงกบไม้ หากต้องการเน้นความเป็นธรรมชาติ และลวดลายที่มีเอกลักษณ์ สวยงาม วงกบไม้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีครับ เพราะนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังสามารถสั่งตัดได้ตามขนาดที่ต้องการ แต่จะมีราคาที่ค่อนข้างสูง และต้องหมั่นดูแลรักษา

2. วงกบทดแทนไม้ มีตั้งแต่ วงกบ UPVC วงกบ PVC วงกบไม้สังเคราะห์ และวงกบ ABS สามารถใช้ควบคู่กับ การ ติดตั้งประตูบ้านด้วยตนเอง ทั้งประตูไม้ และประตูไม้สังเคราะห์ ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติในการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

-วงกบ ABS ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมติดตั้งเฉพาะภายในบ้าน เช่น ภายในห้องครัว ห้องนอน และห้องน้ำ เป็นวงกบประตูสีขาว มีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี ง่ายต่อการติดตั้ง และทำความสะอาด แต่จะมีราคาที่สูง และไม่สามารถซ่อมแซมในส่วนของพื้นผิวได้ จึงไม่แนะนำให้นำไปใช้ติดตั้งเป็นประตูบ้านภายนอกครับ

-วงกบ PVC เหมาะสำหรับการติดตั้งคู่กับประตู PVC หรือ ประตูไม้อัด ที่ใช้ภายในบ้านเช่นเดียวกับวงกบ ABS แต่จะมีสีให้เลือกใช้หลากหลาย เช่น สีเทา สีครีม ตัววงกบมีน้ำหนักเบา ไม่ขยาย หรือหดตัว และราคาไม่แพง แต่จะไม่สามารถสั่งทำตามขนาดที่ต้องการได้ เพราะมีขนาดมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

วงกบ UPVC วงกบประเภทนี้สามารถใช้ติดตั้งได้ทั้งภายนอกและภายใน เพราะด้วยคุณสมบัติที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อแสงแดด จึงไม่เกิดการบิด หรืองอ เมื่อใช้งานในระยะยาว พื้นผิวของประตูมีความเรียบเนียน ยากที่จะเกิดคราบดำ แต่จะมีราคาสูง

                                                                                                                                              

4.ติดตั้งวงกบประตูเข้ากับพื้นที่หน้างาน

ไม่ว่าจะเลือกใช้วงกบประตูประเภทใด สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงอยู่เสมอคือ ความแข็งแรง และความทนทาน รวมถึงได้วงกบประตูตามความต้องการใช้งาน และสไตล์การออกแบบตกแต่งบ้านเพื่อความสวยงาม ส่วนขั้นตอนการ ติดตั้งวบกบประตู ก็ไม่ยุ่งยากครับ

• เพียงหยอดกาวร้อนที่รอยต่อวงกบประตู และประกบวงกบให้เข้าหากันเพื่อประคองวงกบประตูไว้

• ใช้เหล็กยึดกับมุมวงกบประตู แล้วยิงสกรูเพื่อยึดวงประกบประตูอีกทีเพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง

• ดูความเรียบร้อยในการติดตั้ง เนื่องจากแต่ละพื้นที่ในการติดตั้งมีขนาดความสูงของพื้นที่แตกต่างกัน บางครั้งจำเป็นต้องตัดส่วนเกินของวงกบประตูที่เกินมาตรฐานออกบ้างเล็กน้อย แต่ก็จะมีวงกบประตูบางยี่ห้อ เช่น Eco-door ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานตามขนาดที่ต้องการ ซึ่งทุก ๆ บ้านสามารถสั่งตัดได้ครับ  เมื่อประกอบวงกบประตูได้ตามขนาดที่ต้องการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ ติดตั้งวงกบประตู เข้ากับพื้นที่โดยใช้สกรูในการยิง โดยแนะนำให้ติดตั้งจากฝั่งที่ติดบานพับก่อนนะครับ

***วิธี ติดตั้งวงกบประตู แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ ระบบแห้ง และระบบเปียก ซึ่งเป็นระบบแบบดั้งเดิมแต่ในปัจจุบันการติดตั้งวงกบระบบแห้งจะเป็นที่นิยมของหลาย ๆ บ้าน เพราะ ไม่ยุ่งยาก และประหยัดทั้งเวลา และงบประมาณ แถมได้คุณภาพงานที่สะอาด และมีมาตรฐาน สามารถติดตั้งได้ทั้งแบบก่อผนังโครงคร่าวไม้ และแบบก่ออิฐฉาบปูน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของช่าง และประเภทของวงกบประตูที่ใช้ติดตั้งด้วยเช่นกันครับ

                                                                                                                  

5.วัดระยะการติดตั้งบานพับเพื่อความแข็งแรง

หลังจาก ติดตั้งวงกบประตู เรียบร้อยแล้ว ให้วัดระยะการติดตั้งบานพับซึ่งจำเป็นต้องกำหนดระยะให้พอดี เพราะมีผลต่อการรองรับน้ำหนักของประตูบ้าน โดยบานพับที่แนะนำให้ใช้ติดตั้งเพื่อความคงทน แข็งแรง หมดปัญหาเรื่องสนิม โดยเฉพาะหากติดตั้งภายในห้องน้ำ คือ บานพับที่เป็นสเตนเลสครับ...หากบ้านไหนที่ต้องการเปลี่ยนบานพับใหม่ และ ติดตั้งประตูบ้านด้วยตนเอง บานพับที่เลือกใหม่นั้น จำเป็นต้องมีขนาด และความหนาเท่ากับบานพับเดิม เพื่อให้ง่ายในการติดตั้งและไม่ต้อแก้ไขวงกบประตู และระหว่างการติดตั้งบานพับ ควรเปลี่ยนทีละชิ้น ไม่แนะนำให้ถอดออกทั้งหมดนะครับ เพราะจะสร้างความลำบากในการยกประตูบ้าน หากทำการ ติดตั้งประตูบ้านด้วยตนเอง เพียงคนเดียว

                                                                    

6.ติดตั้งประตูบ้านด้วยตนเอง เข้ากับวงกบประตู

เมื่อ ติดตั้งวงกบประตู และบานพับประตูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วิธีติดตั้งประตู ก็เป็นเรื่องง่ายแล้วครับ เพียงแค่ยิงสกรูเข้ากับบานพับทั้ง 3-4 ด้าน ก็จะได้ประตูใหม่ที่มีความสวยงาม และแข็งแรงทนทาน

                                                                                                                    

7.ติดตั้งลูกบิดประตู เพื่อความมั่นใจในการใช้งาน

วิธีติดตั้งประตู ขั้นตอนสุดท้ายคือ การติดตั้งลูกบิดประตูเข้ากับช่องที่เจาะลูกบิด ส่วนใหญ่แล้วประตูในปัจจุบันจะมีช่องสำหรับติดตั้งลูกบิดไว้ให้อยู่แล้ว เพื่อให้สะดวกและง่ายสำหรับบ้านที่ต้องการ ติดตั้งประตูบ้านด้วยตนเอง ครับ...วิธีการติดตั้งลูกบิดประตู เพียงนำแกนของลูกบิดใส่เข้ากับช่องที่เจาะลูกบิด แล้วนำสกรูมาไขลูกบิดทั้งสองด้าน หลังจากนั้นให้นำฝามาปิดทั้งสองข้างแล้วนำหัวลูกบิดด้านใน ใส่เข้ากับแกนกลาง เพียงเท่านี้ก็จะได้ลูกบิดประตูใหม่สำหรับใช้งานแล้วครับ

Cr.ข้อมูลจาก : HomeGuru

                                                         

 

การแก้ปัญหาประตูไม้บวม

               ไม้ที่ผ่านการอบมาอย่างดีจะมีอัตราการบวม หรือ โก่ง ค่อนข้างน้อย แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป หากประตูไม้โดนน้ำบ่อยๆ หรือต้องเจอกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก็อาจเกิดปัญหานี้ได้ ดังนั้น จึงต้องมีการดูแลรักษาเพิ่มเติม แม้ประตูไม้จะอยู่ในที่ร่มก็ตาม

               *หากประตูบวมไม่มาก ให้ใช้กระดาษทรายหรือผ้าทรายเบอร์หยาบๆ มาขัดบริเวณที่บวม จะช่วยให้เอาเนื้อไม้ของประตูออกได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น

               *หากประตูบวมและขยายตัวจนไม่สามารถเปิด-ปิดได้ ให้แก้ด้วยการไสเนื้อไม้บางส่วนออก โดยเริ่มจากการใช้ดินสอทำเครื่องหมายบนขอบบานประตูโดยเทียบกับวงกบไว้ก่อนว่าต้องไสออกเท่าไหร่ จากนั้นก็ถอดบานพับออกโดยคลายตะปูเกลียวเฉพาะด้านที่ยึดตัวบานประตูไว้ เมื่อถอดประตูออกมาแล้วให้ถอดกลอนประตูด้านที่ต้องไสไม้ออก เพื่อให้สามารถวางบานประตูบนพื้นหรือบนโต๊ะได้ จากนั้นจึงยึดบานประตูให้แน่นกับแม่แรงอัดไม้ แล้วจึงไสบานประตูด้านที่ต้องการปรับแต่งตามต้องการด้วยเครื่องเจียรลูกหมู ระวังอย่าไสออกเยอะเกินไป เพราะเมื่อประตูหดตัวจะทำให้เกิดช่องห่างมากเกินไป เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ประกอบตัวบานเข้าที่เดิม จากนั้นใช้ไขควงขันตะปูเกลียวยึดบานตัวบนสุดไล่ลงมา เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ...                            

 

               ***สาเหตุการบวม ยืด หด ของประตูไม้ คือการที่ประตูโดนแดดโดนฝนบ่อย สามารถป้องกันแสงแดดได้โดยการใช้น้ำมันหรือสีย้อมไม้ ทาทับลงไป โดยสีจะซึมเข้าสู่เนื้อด้านในและไม่ทำลายลวดลายไม้ตามธรรมชาติ ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดทำลายจนเนื้อไม้เสียหายและช่วยป้องกันการแตกร้าวของไม้ได้อีกด้วย

 

การแก้ปัญหาบานประตูตก

ปัญหาบานประตูตกนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีวิธีกากรแก้ไขที่แตกต่างกันไปดังนี้ครับ

1.ข้อสันนิษฐานเลยคืออยากให้ตรวจสอบที่บานพับก่อนครับ หากพบว่าเป็นเพราะบานพับเกิดการเสื่อมสภาพ ขึ้นสนิม โยกคลอน ก็ต้องแก้ไขด้วยการเปลี่ยนบานพับโดยเลือกใช้สินค้าที่มีคุณภาพ ไม่เป็นสนิมง่ายป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำอีกครับ

                                                                                                                                                           

2.ตะปูเกลียวหลวม (ตะปูที่ใช้ยึดบานพับกับประตูและวงกบ) มีสาเหตุอันเนื่องมาจากการติดตั้งบานพับผิดวิธี โดยการตอกตะปูเกลียวแทนการไข เมื่อใช้งานไปไม่นานก็จะทำให้บานตก เปิด-ปิดประตูลำบาก วิธีแก้คือย้ายตำแหน่งบานพับแล้วไขตะปูยึดใหม่ให้ถูกต้อง โดยไม่ห่างจากจุดเดิมมากนักเพื่อการรับน้ำหนักที่เหมาะสม และอย่าลืมซ่อมรูและโป๊วสีรอยเดิมด้วยนะครับ

                                                                                                                                     

3.โครงสร้างของบานประตูไม้ไม่แข็งแรง ปกติแล้ววิธีการทำบานประตูจะเหมือนกันกับวิธีทำกรอบรูป คือนำไม้ 4 ท่อนมาเชื่อมต่อกันเป็นกรอบสี่เหลี่ยม โดยมีลูกฟักไม้หรือกระจกตรงกลาง ความแข็งแรงของบานจึงขึ้นอยู่กับการเข้าไม้บริเวณมุมกรอบทั้ง 4 ด้าน หากมุมของกรอบประตูหลวมจะทำให้ประตูไม้บิดเบี้ยวไม่คงรูปเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก กลายเป็นสี่เหลี่ยมเบี้ยวจึงทำให้บานประตูตก วิธีแก้คือถอดประตูออกมาแล้วทำการวัดฉากใหม่ ปรับองศาให้ได้ฉาก จากนั้นจึงยึดมุมให้แน่นด้วยตะปูเกลียวแล้วจึงติดกลับไปใหม่

4.ผนังเกิดการแตกร้าวเนื่องจากฐานรากที่ทรุดตัว ทำให้กรอบวงกบมีลักษณะบิดเบี้ยว บานประตูจึงปิดไม่สนิท ก็ต้องแก้ไขที่ระบบฐานรากซึ่งเป็นต้นเหตุหลักครับ

 

 

การแก้ปัญหาประตูเสียงดัง  ***ประตูเสียงดังเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งจากบานประตูเอง บานพับ หรือแม้แต่ลูกบิด ซึ่งมีวิธีแก้ไขดังนี้ครับ

1.      เสียงดังที่เกิดจากประตูกระแทกกับวงกบ...ประตูของบ้านบางหลังอาจมีอาการไหลปิดเอง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะระดับพื้นที่เอียง หรือเพราะแรงลม ทำให้เกิดเสียงดังโดยไม่ตั้งใจบ่อย สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ยางกันกระแทกติดที่บริเวณวงกบ ซึ่งยางกันกระแทกนี้มีความหนาให้เลือกหลายขนาด

                                                                                                                                               

2.      เสียงดังที่เกิดจากบานพับ...ให้ใช้สเปรย์อเนกประสงค์ฉีดพ่นหรือใช้น้ำมันหล่อลื่นหยอด ซึ่งจะช่วยขจัดคราบสกปรกและช่วยหล่อลื่นไปในตัว โดยหยอดตามบานพักเพื่อช่วยลดการเสียดสีของโลหะที่มาของเสียงได้ หากฉีดสเปรย์หรือหยอดน้ำมันหล่อลื่นลงไปเยอะแล้ว แต่ก็ยังมีเสียงดังอยู่ ให้ลองยกประตูขึ้นนิดนึงด้วย เพื่อเปิดจุดที่เกิดการเสียดสีของบานพับ

                                                            

3.      หากลูกบิดฝืดเปิด-ปิดยาก ให้ฉีดสเปรย์หล่อลื่นลงไปในลูกบิดเพื่อช่วยหล่อลื่นกลไกภายใน และให้ฝุ่นที่เกาะอยู่หลุดออก 

                                                                                  

 

การแก้ปัญหาประตูไม้แตกร้าว

***ประตูไม้แตกร้าวเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การต่อผสานไม้ไม่ดี  ไม้หดตัว ไม้โดนแดดหรือความร้อนมากเกินไป... ซึ่งเป็นจุดที่สามารถเกิดการแตกร้าวต่อเนื่องและเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ วิธีการแก้ปัญหามีดังนี้ครับ

1.      ทำความสะอาดผิวของประตูไม้ด้วยน้ำร้อนผสมสบู่ โดยใช้ฟองน้ำเช็ดเพื่อลบรอยคราบไขมันสกปรกออกก่อน หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำร้อนเพื่อขยายรอยแตกเล็กน้อยเพื่อความสะดวกในการอุดรอยแตก

2.      นำดินสอพองมาผสมกับน้ำ ไม่ต้องข้นหรือใสมากให้พอดี แล้วนำมาโป๊วอุดรอยตรงบริเวณที่มีรอยแตก และทิ้งไว้จนกว่าจะแห้ง  ***กรณีเป็นรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ ให้ใช้ขี้เลื่อยไม้อุดในรอยแตกร้าวแล้วใช้กาวร้อนหยอดลงไป เพื่อเชื่อมประสานรอยแตกร้าว

3.      ใช้กระดาษทรายเบอร์ 0 (ชนิดละเอียดที่สุด) ค่อยๆขัดเนื้อดินสอพองส่วนเกินออกไป

4.      ทำความสะอาดผิวไม้ และทิ้งไว้จนแห้งสนิท หลังจากนั้นจึงทาสีรักษาเนื้อไม้

                                                            

 

การซ่อมแซมสีประตูไม้

1.      การซ่อมแซมสีประตูไม้ ควรถอดบานประตูออกมาก่อนเพื่อความสะดวกในการทำงาน โดยทำการไขสกรูที่ยึดบานพับกับบานประตูออก และควรมีผู้ช่วยถือบานประตูไว้ด้วย

2.      หากประตูมีรอยแตกร้าว ให้ทำการซ่อมแซมก่อน โดยการอุดรอยแตกร้าวด้วยดินสอพอง หรือ กาวร้อน

3.      หากประตูมีราดำ คราบตะไคร่หรือครากสกปรกอื่นๆ ให้ขัดออกให้หมดก่อน จึงทำการทาสีซ่อมแซม

4.      สำหรับบานประตูไม้จริงที่ต้องการโชว์ลายไม้ ให้ใช้กระดาษทรายขัดตัวเคลือบไม้เดิมออก ถ้าเป็นประตูไม้เนื้ออ่อนควรใช้กระดาษทรายประมาณเบอร์ 2-3 เพราะตัวเคลือบจะไม่ค่อยหนา และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยที่ผิวไม้ หากใช้เครื่องขัดกระดาษทรายจะทำให้สามารถทุ่นแรงและเวลาได้มากขึ้น

5.      ก่อนที่จะเริ่มทาน้ำยารักษาเนื้อไม้หรือสีทาทับหน้า ควรทำการป้องกันอุปกรณ์ประตูจากสีก่อนด้วยการนำเทปกาวมาติดที่ลูกบิด มือจับ หรือ กลอนเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยทาน้ำยารักษาเนื้อไม้ให้ทั่วทุกด้าน จำนวน 2 เที่ยว ทิ้งไว้จนแห้งสนิท ในขั้นตอนนี้ควรทาน้ำยาป้องกันเชื้อราลงไปด้วย

6.      จากนั้นก็ทาทับด้วยสีย้อมไม้ 2 เที่ยว ทิ้งไว้ให้แห้ง ดึงเทปกาวออก แล้วติดตั้งประตูเข้ากับวงกบดังเดิม

การทำความสะอาดประตูไม้

1.      ให้เริ่มจากการปัดฝุ่นทั้ง 2 ด้านของประตูให้สะอาด หลังจากนั้นก็ให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ขัดให้ทั่วประตู ซึ่งน้ำยานี้จะช่วยให้ประตูไม้มีความเงางามเหมือนใหม่ อีกทั้งยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ประตเกิดเชื้อราได้อีกด้วย

2.      หากเกิดรอยคราบเป็นวงๆที่ประตูไม้ ให้ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำมันการบูรถูเบาๆ บริเวณที่เป็นรอย รวมถึงหากเกิดรอยขีดข่วนที่ประตู ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำมันชักเงาถูเบาๆ จนรอยขีดข่วนหายไป

3.      คราบเปื้อนจากสี ถ้าสียังไม่แห้งให้แก้ไขเหมือนรอยขีดข่วน แต่ถ้าแห้งแล้วให้ใช้น้ำมันสนชโลมบริเวณคราบนั้นจนกว่าคราบสีจะอ่อนตัวและหลุดไป จากนั้นใช้น้ำมันชักเงาถูให้สะอาด

การทำความสะอาดอุปกรณ์ประตู

               อุปกรณ์ประตู ได้แก่ ลูกบิด บานพับ มือจับ และกลอนประตู

1.      ลูกบิดประตูที่ทำมาจาก Stainless steel (สแตนเลส) อาจเกิดสนิมได้จากเกลือทะเลหรือคลอรีนจากน้ำประปา แม้จะใช้เกรด 316 ก็ตาม รวมไปถึงที่อับอื้นและไม่มีอากาศถ่ายเท ดังนั้นเราควรทำความสะอาดทุกๆ 3-6 เดือน โดยใช้ผ้าหรือฟองน้ำ

2.      ลูกบิดประตูที่ทำมาจาก Zinc Alloy (โลหะผสมสังกะสี) มักจะเกิดจุดดำบนผิววัสดุ หากมีการใช้ภายนอกอาคารที่อยู่ใกล้ทะเล ควรทำความสะอาดทุก 2-3 สัปดาห์ โดยใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำยาล้างจานเช็ดแล้วล้างออกด้วยน้ำประปา หลังจากนั้นเช็ดด้วยผ้าแห้งให้สะอาด

3.      ลูกบิดประตูที่ทำมาจาก Brass (ทองเหลือง) สารเคลือบผิวทองอาจชำรุดได้จากการสัมผัสกับวัตถุแหลมคม หรือโดยไอระเหยของสารเคมีที่เป็นกรด ดังนั้นเราควรทำความสะอาดทุก 2-3 สัปดาห์ โดยใช้ผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ด ถ้ายังมีคราบอยู่ให้ชุบด้วยน้ำยาล้างจากแล้วล้างออกด้วยน้ำประปา แล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้า

Visitors: 82,741